วิธีการทำ ไวน์สับปะรด

หมวดหมู่: ไวน์ WINE

สูตรไวน์สับปะรด สูตรที่ 1

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 

ไวน์สับปะรดโฮมเมดเป็นเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ต่ำ มีสีเหลืองและรสชาติฝาดนิดๆซึ่งเป็นจุดเด่นของสับปะรด ในทางทฤษฎีนอกเหนือจากเนื้อสับปะรดสดคุณยังสามารถใช้ผลไม้กระป๋องหรือแบบแห้งในการทำไวน์ได้ แต่ไวน์ที่ได้มีกลิ่นหอมและความอร่อยน้อยกว่าไวน์ที่ทำจากเนื้อสับปะรดสด

ส่วนผสม:

***สามารถใช้น้ำมะนาวแทนกรดซิตริกได้ค่ะ ในอัตรา น้ำมะนาวคั้นสด 1 ลูก = กรดซิตริก 5 กรัม

สูตรสับปะรดไวน์

  1. ปลอกเอาแต่เนื้อสับปะรดและสับให้มีขนาดเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงในภาชนะ(ถังหรือหม้อปรุงอาหาร) ขยำเล็กน้อยเพื่อให้น้ำสับปะรดออกมา และเติมน้ำจำนวน 2.5 ลิตรและเติมน้ำตาล 250 กรัม (เติมน้ำตาลประมาณ 10% ของปริมาณน้ำ) เติม ยีสต์ไวน์ และคนจนกระทั่งผงยีสต์ละลาย
  2. ปิดปากภาชนะเพื่อป้องกันไม่ให้แมลงเข้าไปภายในนำภาชนะไปไว้ในบริเวณที่มืดและทิ้งไว้ประมาณ 3 วัน ที่อุณหภูมิประมาณ 18-28 องศาเซลเซียส คนด้วยช้อนไม้สะอาดหรือใช้มือของคุณ ทุกๆ 8-10 ชั่วโมงเพื่อให้แน่ใจว่าไวน์จะไม่เปรี้ยว 

*****หลังจากเติมยีสต์ไปแล้ว 4-12 ชั่วโมง ถ้าคุณสังเกตเห็น ฟองและมีกลิ่นออกมา แสดงว่ายีสต์สามารถทำงานได้ดี

  1. หลังจากครบกำหนด 3 วัน ให้ทำการเทน้ำที่ได้ผ่านผ้ากรอง แยกกากออก
  2. เติมกรดซิตริกและน้ำตาล 100 กรัมต่อ 1 ลิตร โดยนับรวมกับปริมาณน้ำตาลที่คุณได้ใส่ไว้ก่อนหน้านี้ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมีน้ำ 3 ลิตรคุณจะต้องเพิ่มน้ำตาลอีก 50 กรัม (300-250 = 50)
  3. เทน้ำผลไม้ที่ได้ลงในถังหมักอย่าเทจนเต็มถัง ให้เทประมาณ 75% ของปริมาตรถัง เพื่อให้เหลือพื้นที่สำหรับฟองและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่จะเกิดขึ้น
  4. ติดตั้ง Airlock  และนำภาชนะที่ใช้หมักไปไว้ในที่มืดโดยมีอุณหภูมิคงที่อยู่ที่ประมาณ 20-28 องศาเซลเซียส ทิ้งไว้จนกว่าการหมักจะเสร็จสิ้น
  5. หลังจากเริ่มหมักไปแล้ว 4-5 วัน ให้ทำการเติมน้ำตาลเพิ่มในอัตราส่วน 50 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร ในขั้นตอนการเติมน้ำตาลให้ท่านถอด Airlock ออกก่อน เทน้ำผลไม้ออกมาประมาณ 150-200 มิลลิลิตร ลงในภาชนะอีกใบและทำการใส่น้ำตาล คนให้ละลาย จากนั้นเทน้ำที่ผสมน้ำตาลแล้วกลับเข้าไปใน ถังหมัก และติดตั้ง Airlock กลับเข้าไปตามเดิม
  6. หลังจากนั้นถัดมาอีก 5 วัน ให้ทำซ้ำขั้นตอนที่ 7 ในการเติมน้ำตาลด้วยอัตราเดิม
  7. ระยะเวลาของการหมักขึ้นอยู่กับชนิดของการหมักยีสต์และอุณหภูมิของไวน์สับปะรดของคุณอาจใช้เวลาประมาณ 35-60 วันคุณจะรู้ว่าการหมักนั้นเสร็จสิ้นแล้วเมื่อ ไม่เกิดฟองอากาศดันออกมาจาก Airlock และมีชั้นของตะกอนเกิดที่ด้านล่างถังหมัก สีของไวน์จะใสขึ้นและมีสีอ่อนลง ใช้วิธีกาลักน้ำเพื่อแยกระหว่างส่วนใสไปไว้ในภาชนะอีกใบ

*** บันทึก. หากการหมักไม่ได้เสร็จสิ้นภายใน 50 วัน หลังจากนี้ให้คุณแยกไวน์ส่วนใสลงในภาชนะใบอื่น และติดตั้ง airlock กลับเข้า และปล่อยให้ไวน์ถูกหมักในอุณหภูมิเดียวกันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการขม (แยกส่วนใสและหมักต่อไป)

  1. ลองชิมไวน์ที่ได้ และสามารถทำให้หวานขึ้นด้วยการเติมน้ำตาล (ไม่เกิน 50 กรัมต่อ 1 ลิตร)นอกจากนี้คุณยังสามารถเพิ่มปริมาณแอลกอฮอล์ ABV โดยการเติมเอทานอลหรือวอดก้าในปริมาณ 2-15% ของปริมาณไวน์ ซึ่งทำให้สามารถจัดเก็บได้นานขึ้น แต่ก็มีจะมีรสชาติที่รุนแรงขึ้นจาก %แอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้น
  2. แยกเครื่องดื่มลงขวดปิดผนึกขวดและทิ้งไว้ในห้องใต้ดินหรือตู้เย็นที่อุณหภูมิ 2-16 ° C แต่หากคุณได้เพิ่มน้ำตาลในขั้นตอนก่อนหน้านี้ ให้ทำการติดตั้ง Airlock ในช่วง 7-10 วันแรก เนื่องจากอาจเกิดการเปลี่ยนน้ำตาลเป็นแอลกอฮอล์อีกครั้ง ซึ่งจะเกิดก๊าซและดันขวดแตกได้
  3. บ่มไวน์สับปะรดต่อไปอย่างน้อย 4-6 เดือน (แนะนำให้บ่มต่อประมาณ 7-9 เดือน) เพื่อเพิ่มรสชาติให้ดียิ่งขึ้นเมื่อชั้นที่ตกตะกอนมีความสูง 2-4 เซนติเมตร ให้ใช้วิธีกาลักน้ำเพื่อแยกส่วนใสและตะกอนออกจากกัน
  4. สองถึงสามเดือนถ้าไม่มีตะกอนแล้ว คุณสามารถบรรจุไวน์ลงขวดเพื่อจัดเก็บต่อไป

อายุการเก็บรักษา - ไม่เกิน 3 ปี ABV 9-13% 

แปลโดย Cheeseandwine

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 

 

 

 

ไวน์สับปะรด    สูตรที่ 2

ส่วนประกอบ

1. เนื้อสับปะรด 5 กก.

2. น้ำแร่ 20 ลิตร

3. น้ำตาลทราย 4 กก.

4. มะขามเปียก 50 กรัม

5. ยีสต์แห้ง 2 ช้อนโต๊ะ


วิธีทำ

1. นำเนื้อสับปะรดมาปั่นรวมกับน้ำ 5 ลิตร กรองด้วยผ้าขาวบาง

2. นำมะขามเปียกขยำใส่ลงในน้ำสับปะรดที่ปั่น กรองด้วยผ้าขาวบาง

3. น้ำที่ต้มแล้ว 15 ลิตร ต้มพอร้อนใส่น้ำตาลทรายละลาย 4 กก. พอน้ำตาลละลายยกลงเติมน้ำสับปะรด

4. ทิ้งไว้ให้เย็นสนิท บรรจุลงในถังน้ำดื่ม 20 ลิตร

5. แบ่งน้ำผลไม้ประมาณ 1 ลิตร ตั้งไฟพออุ่น เติมยีสต์ลงไปให้ขึ้นฟู

6. เทลงในน้ำผลไม้ ปิดปากขวดด้วยผ้าขาวบาง

7. ตั้งไว้ในอุณหภูมิปกติ 7 วัน ถ่ายตะกอนออกทิ้ง

8. ถ่ายกากตะกอนทิ้งไว้ 14 วัน

9. 21 วัน หลังจากวันที่ผลิต ให้ทำการถ่ายตะกอนอีกครั้ง แล้วต้มด้วยไฟอ่อน ๆ ประมาณ 60 องศาเซลเซียส นาน 15 นาที

10. ทิ้งไว้ให้เย็น บรรจุขวดที่แห้งสนิท เก็บไว้ในตู้เย็น

07 กรกฎาคม 2561

ผู้ชม 44912 ครั้ง

Engine by shopup.com